
ทำไมถึงควรดูซีรีส์เกาหลีแนวตื่นเต้น ระทึกใจ “Taxi Driver 3 ” แท็กซี่จ้างแค้นภาค 3 ถ้าไม่ดีจริงเกาหลีไม่ทำภาคต่อออกมาถึง 3 ภาคแน่นอน
หากกำลังมองหาซีรีส์เกาหลีที่ไม่ใช่แนวรักโรแมนติกหวานจนเลี่ยน หรือยังไม่หายอินกับพล็อตเข้มข้นสุดดราม่าแนวปั่นประสาทอย่าง The Penthouse ถ้าใช่ล่ะก็…ได้เวลาหยิบ Taxi Driver มาดูรวดเดียวให้จบแล้ว!
ซีรีส์แนวอาชญากรรม–ระทึกขวัญเรื่องนี้มียอดผู้ชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกตอน ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ชวนลุ้น และเต็มไปด้วยเหตุการณ์พลิกผันสุดคาดเดา บวกกับทีมงานและนักแสดงคุณภาพระดับแถวหน้า ทำให้ Taxi Driver กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่คุณดูแล้วจะหยุดไม่ได้แน่นอน!
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ซีรีส์เรื่องนี้ร่วมผลิตโดยบริษัท Creative Leaders Group Eight ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานยอดฮิตอย่าง My ID is Gangnam Beauty, Bring It On, Ghost และ Boys Over Flowers
1. พล็อตระทึกขวัญที่ดึงดูดใจตั้งแต่ตอนแรก

Taxi Driver ดัดแปลงมาจากเว็บตูนยอดนิยมชื่อ The Deluxe Taxi หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Red Cage ผลงานของนักเขียน Carlos และนักวาด Lee Jae Jin
คิมโดกี (รับบทโดยอีเจฮุน) เป็นลูกชายผู้ซื่อสัตย์ที่ชีวิตพังทลายลงเมื่อกลับมาบ้านแล้วพบว่าแม่ของเขาถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม หลังจากตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า เขาตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากอดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษมาทำงานเป็นคนขับแท็กซี่ในบริษัทที่ดูเหมือนธรรมดา แต่แท้จริงแล้วบริษัทนี้คือ “บริการแท็กซี่ลับ” ที่ทำหน้าที่แก้แค้นแทนเหยื่อที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากระบบกฎหมายอันบกพร่อง
โดกีร่วมมือกับทีมงานที่ต่างก็เคยถูกสังคมทอดทิ้งเช่นกัน พวกเขาออกตามล่าคนผิดเพื่อมอบ “ความยุติธรรมในแบบของตัวเอง” ระหว่างทางยังต้องเผชิญกับอัยการสาว คังฮานา (รับบทโดยเอซอม) ที่มุ่งมั่นจะเปิดโปงแท็กซี่ลึกลับนี้ให้ได้
2. ทีมนักแสดงมากฝีมือระดับแถวหน้า

ซีรีส์เรื่องนี้นำแสดงโดย อีเจฮุน (Lee Je Hoon) ผู้รับบทคิมโดกี ตัวละครลึกลับและเข้มแข็ง เขาเคยฝากผลงานสุดประทับใจในซีรีส์ Signal ที่คว้ารางวัล Baeksang Arts Awards ปี 2016 และ Where Stars Land ที่ทำให้เขาได้รับรางวัล Top Excellence จาก SBS Drama Awards ปี 2018
ร่วมแสดงด้วยคือ เอซอม (Esom) นางแบบและนักแสดงจากภาพยนตร์ชื่อดัง Samjin Company English Class เจ้าของรางวัลมากมาย เธอมารับบทเป็นอัยการคังฮานา ผู้เด็ดเดี่ยวและเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม

และยังมี พโยเยจิน (Pyo Ye Jin) จาก What’s Wrong With Secretary Kim และ VIP ที่มารับบท อันโกอึน แฮกเกอร์สาวอัจฉริยะ ผู้เป็น “ดวงตาและหู” ของทีมในทุกภารกิจ

ทีมนักแสดงของซีรีส์เรื่องนี้ยังประกอบไปด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่ผู้มากฝีมืออย่าง คิมอึยซอง (Kim Eui Sung) ในบท จางซองชอล ซีอีโอของมูลนิธิ Blue Bird Foundation ซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่เบื้องหลังบริการแท็กซี่ลับที่ออกทวงความยุติธรรมให้กับเหยื่อ

นอกจากนี้ ยังมีนักแสดงสมทบมากความสามารถอย่าง จางฮยอกจิน (Jang Hyuk Jin) และ แบยูรัม (Bae Yoo Ram) ที่มารับบทเป็นสองช่างซ่อมรถคู่หู ชเวคยองกู และ พัคจินออน ตามลำดับ ทั้งคู่สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมด้วยมุกตลกและการโต้ตอบสุดฮา ทำให้ซีรีส์ Taxi Driver ไม่ได้มีแค่ความเข้มข้นและดราม่าเท่านั้น แต่ยังมีความขบขันสอดแทรกอยู่ด้วย แถมสองคนนี้ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแท็กซี่สุดล้ำที่ดูเหมือนรถแบทโมบิลที่คิมโดกีใช้ในภารกิจอีกด้วย!
3. ซีรีส์ที่แตกต่างจากสูตรสำเร็จเดิมของ K-Drama

ถ้าคุณเป็นคนที่เริ่มเบื่อกับซีรีส์รักเลี่ยนๆ ที่เต็มไปด้วยฉากหวานชวนฟันผุ Taxi Driver จะเป็นอากาศบริสุทธิ์ให้คุณได้หายใจ เพราะเรื่องนี้เต็มไปด้วยจังหวะเร็ว ฉากบู๊มันสะใจ และความระทึกแบบต่อเนื่อง
แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีความโรแมนซ์เลย เพราะในเรื่องก็มีเคมีบางอย่างระหว่างตัวละครหลักให้ได้ลุ้นอยู่เหมือนกัน พอให้คนดูที่แอบชอบแนวรักโรแมนติกได้หัวใจพองโตเล็กๆ ไปด้วย
4. ไม่มีวันเบื่อ เพราะทุกตอนคือเรื่องใหม่

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าสนใจคือ แต่ละตอนจะมีคดีใหม่ให้ไขปริศนา ไม่เพียงแต่คุณจะได้ดูเรื่องราวใหม่ในทุกภารกิจ แต่ยังได้เข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นถึงเหตุผลที่ตัวละครอย่างโดกีเลือกเสี่ยงชีวิตในเส้นทางนี้ — ไม่ว่าจะเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจ หรือเพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่พวกเขาไม่เคยได้รับ
ยิ่งไปกว่านั้น ซีรีส์ยังกล้าพูดถึงประเด็นร้อนและปัญหาสังคมที่ร่วมสมัย เช่น การล่วงละเมิดทางเพศ การกลั่นแกล้งในโรงเรียน การเอาเปรียบแรงงาน และอีกมากมาย ถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมที่ Taxi Driver กล้าสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดของสังคมอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากนั้น ทีมแท็กซี่ยังต้องสวมบทบาทปลอมตัวในแต่ละคดี ไม่ว่าจะเป็น “อาจารย์มหา’ลัยใจดี”, “พ่อค้าซอสปลาร้าเจ้าเล่ห์” หรือแม้แต่ “เด็กนักเรียนสาวแบ๊วๆ” ที่อันโกอึนเคยปลอมเป็น ส่วนซีอีโอจางซองชอลก็เคยแปลงร่างเป็นพ่อค้ายาเสพติด! ความหลากหลายของคาแรกเตอร์เหล่านี้ช่วยเติมสีสันให้ซีรีส์ล้างแค้นเรื่องนี้ดูสนุกขึ้นอีกเท่าตัว — รับรองว่าไม่มีทางเบื่อแน่นอน!
5. เรตติ้งแรงไม่หยุด!

ซีรีส์ Taxi Driver มีกระแสแรงขึ้นทุกสัปดาห์ นับตั้งแต่ออกอากาศตอนแรกก็เปิดตัวอย่างสวยด้วยเรตติ้งทั่วประเทศที่ 8.7% และ 10.7% และแน่นอนว่าความนิยมไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
ตามรายงาน โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Nielsen Korea ซีซั่นแรกทำเรตติ้งเฉลี่ยสูงสุดทั่วประเทศ 17% ส่งให้ Taxi Driver ครองตำแหน่ง “มินิซีรีส์ที่มีคนดูมากที่สุดในคืนวันเสาร์” อย่างต่อเนื่อง! 🚖🔥
และเมื่อ Taxi Driver ซีซั่น 2 ออกฉาย เปิดตัววันแรกเรตติ้งในกรุงโซลสูงสุด 12.8% และ ทำสถิติเรตติ้งสูงขึ้นทุกตอน จนถึงตอนจบสามารถทำเรตติ้งสูงสุด 21.0% ครองใจแฟนๆจนได้รับการยืนยันให้สร้างภาคต่อทันที
ถ้ายังไม่มั่นใจว่าจะกดดูดีไหม ลองเปิดตอนแรกแล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม Taxi Driver ถึงเป็นซีรีส์ที่ทั้งสะใจและมีแฟนคลับรอติดตามในซีซั่น 3 นี้