ถ้าจะพูดถึงนักแสดงหนุ่มฮอตที่กำลังถูกพูดถึงและได้รับคำชมหนาหูที่สุดในวงการซีรีส์เกาหลีนาทีนี้ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อีจุนยอง พระเอกหนุ่มสุดหล่อที่มารับบทนำในซีรีส์ม้ามืดเรตติ้งแรงทะลุ 11% อย่าง Reborn Rookie มือใหม่หัดแค้น ที่ Viu ซึ่งการกลับมาครั้งนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการแสดง กับการสลัดภาพลักษณ์หนุ่มมาดเท่ เพื่อมารับบทเป็นชายวัยรุ่นที่ถูกวิญญาณของประธานบริษัทแชบอลรุ่นใหญ่วัยเก๋าเข้าสิงร่าง

จากจุดเริ่มต้นในฐานะมักเน่วงไอดอลเคป็อปชื่อดังอย่าง U-KISS และผู้ชนะอันดับ 1 จากรายการเซอร์ไววัล The Unit ในชื่อ จุน (Jun) วันนี้ อีจุนยอง ได้พิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิในฐานะ “นักแสดงแถวหน้า” ของวงการซีรีส์เกาหลีที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี 2026 โดยเขาสามารถลบภาพจำการเป็นไอดอลนักแสดง ได้อย่างราบคาบ ผ่านผลงานการันตีฝีมืออันหลากหลายที่โชว์ทักษะการแสดงแบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นบทวายร้ายสุดแบดใน D.P., ชายหนุ่มผู้มีรสนิยมเฉพาะตัวในภาพยนตร์ Love and Leashes หรือบทบาทสุดท้าทายล่าสุดในซีรีส์ Reborn Rookie ทาง Viu ที่เขาต้องสวมวิญญาณเป็นประธานรุ่นเก๋าในร่างเด็กหนุ่ม ซึ่งการแสดงที่เฉียบคมและเสน่ห์ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดนี้เอง ได้ส่งให้เขากลายเป็นพระเอกเคมีสาธารณะที่ครองใจทั้งแฟนคลับและคอซีรีส์ทั่วเอเชียไปเป็นที่เรียบร้อยครับ
Reborn Rookie ความท้าทายครั้งใหญ่ในวัยใกล้ 30 และเบื้องหลังการทำการบ้านสุดโหด
ในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อีจุนยองได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า บทบาท ฮวังจุนฮยอน ในเวอร์ชันที่ถูกประธานคังยงโฮสิงร่างนั้น ถือเป็นกำแพงหินที่สูงที่สุดในชีวิตการแสดงวัยเกือบ 30 ปีของเขา เพราะโจทย์หลักไม่ใช่แค่การแสดงเป็นคนสลับร่างทั่วไป แต่เขาต้องทำให้ผู้ชมเชื่อสนิทใจว่าข้างในร่างวัยรุ่นสุดฟิตนี้คือเสือเฒ่าผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน เพื่อไม่ให้การแสดงดูเหมือนเป็นเพียงแค่การเลียนแบบน้ำเสียงหรือท่าทางของนักแสดงรุ่นพี่ระดับครูอย่าง ซนฮยอนจู หนุ่มอีจุนยองจึงลงแรงย้อนกลับไปไล่ดูผลงานการแสดงในอดีต รวมถึง โฆษณาทุกตัวที่รุ่นพี่ซนฮยอนจูเคยถ่าย เพื่อซึมซับเอาแววตา บุคลิกการเดิน และสไตล์การพูดมาเป็นของตัวเอง จนเจ้าตัวแอบบ่นขำๆ ว่าตอนนี้ติดเอาท่าทางเหล่านั้นมาใช้ในชีวิตจริงจนแก้ไม่ได้แล้ว


ปลดล็อกความกังวลด้วยคำอวยพรจากรุ่นพี่ระดับตำนาน
แม้จะทำการบ้านมาอย่างหนัก แต่นักแสดงหนุ่มก็ยอมรับว่าช่วงแรกของการถ่ายทำเขามีความกดดันสูงมาก จนกระทั่งในวันแรกของการเปิดกล้อง เขาได้รับสายโทรศัพท์จากรุ่นพี่ซนฮยอนจูที่โทรมาให้กำลังใจพร้อมประโยคปลดล็อกว่า “จากนี้ไปเธอคือคังยงโฮแล้วนะ ทำตามที่อยากทำเลย ไม่ต้องคิดให้มันยากเกินไป” คำพูดนี้ทำให้ความกังวลของอีจุนยองหายไปทันที และเขาสามารถระเบิดพลังการแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผลลัพธ์ก็สะท้อนออกมาผ่านหน้าจอได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รับคำชมจากสื่อในเกาหลีและแฟนๆ อย่างล้นหลาม โดยเฉพาะทักษะการแสดงสีหน้าหน้าตายแบบคอเมดี้ แต่สายตากลับเฉียบคมและดูน่าเกรงขามในเวลาเดียวกันเมื่อต้องเข้าฉากชิงไหวชิงพริบทางธุรกิจ
บทเรียนชีวิตครั้งที่ 2 ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส
อีจุนยองได้ฝากข้อความถึงแฟนๆ ซีรีส์ผ่านบทสัมภาษณ์ว่า ตลอดระยะเวลา 6 เดือนเต็มที่เขาทุ่มเทให้กับการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ มันทำให้เขาได้กลับมานั่งทบทวนและมองเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน และเขาเชื่อว่าสำหรับใครก็ตามที่กำลังเหนื่อยล้ากับชีวิต หรือมีความรู้สึกที่อยากจะกดปุ่ม ‘Rewind’ เพื่อย้อนเวลากลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ซีรีส์เรื่องนี้จะมอบทั้งความสนุก สะใจ และข้อคิดดีๆ ให้กับผู้ชมอย่างแน่นอน


มาร่วมพิสูจน์ฝีมือการแสดงขั้นเทพที่ก้าวกระโดดไปอีกขั้นของอีจุนยอง ในบทบาทประธานบริษัทในคราบเด็กฝึกงานสุดแสบ ที่จะมาดัดหลังพวกทายาททรยศให้หงายหลัง
ติดตามชมความปังและให้กำลังใจอีจุนยองใน Reborn Rookie รับชมพร้อมซับไทยได้ที่ Viu เท่านั้น